การตัดสินใจครั้งใหญ่ :: กับนาทีที่ลืมเงินเดือน
เมื่อวันก่อน มีโอกาสได้ไปนั่งร้านแมคฯ สาขาโรงพยาบาลศิริราชอยู่ประมาณ 4 ชม. กับหนังสือของคุณนิ้วกลม 1 เล่ม .. ซึ่งโดยปกติของมนุษย์ทำงาน จะมีใครมีเวลาไปนั่งว่างได้ซะขนาดนี้ ...
แน่นอนค่ะว่า .. สถานะตอนนี้ของจอยคือ “ว่าง”
ไม่ใช่ว่างแบบ 30+ on sale แต่อย่างไรด้วย (ที่สำคัญคือข้าพเจ้ายังห่างจาก 30 นะ 55555)
สถานะตอนนี้คือ “ว่างงาน” เค่อะ (^”^)
(ไม่งั้นก็คงไม่ได้มีเวลากลับมาอัพไดเยี่ยงนี้หร๊อกกกก)
ตัดภาพกลับมาก็ตอนนั่งว่าง ๆ อยู่แมคฯ ศิริราชดีกว่า
เหตุที่ต้องไปนั่งแช่ตูดนาน ๆ ให้แม่บ้านแมคฯเค้าแอบเดินมาถลึงตาใส่หลาย ๆ รอบเนี่ย
ก็เพราะว่าจอยติดรถ Interior หนุ่มมาวังหลังค่ะ
หนุ่มคนนี้เค้าต้องมาประชุมงานที่ศิริราช และจอยก็อยากจะมาซื้อเดรสไปขาย
แต่ไม่อยากขับรถไปเอง เลยยอมตื่นเช้าตามเค้ามา
(ถนนย่านนั้นรถติดมากกกก โดยเฉพาะช่วงบ่ายสามเป็นต้นไป ติดนรก ด้วยความเร็วประมาณ 20 กม ต่อ 3 วัน -*- )
********************************************************************
เดินซื้อของตามต้องการที่วังหลังเป็นอันเรียบร้อยตั้งแต่เกือบ ๆ บ่ายสอง
พกหนังสือไปอ่านเล่นระหว่างรอ เป็นหนังสือใหม่ของคุณนิ้วกลม “ความสุขโดยสังเกต”
ซึ่งจอยได้รับเป็นของขวัญวันสุดท้ายของการทำงาน จากลูกค้าจอยเอง

อ่านจบเล่ม อืมมมมมม.., มันช่างเป็นหนังสือที่เหมาะกับคนว่างงานอย่างเราจริง ๆ
มีอยู่ตอนนึงที่ชอบมาก ตอนที่ 11: นาทีที่ลืมเงินเดือน
เป็นเรื่องเกี่ยวกับคนที่ได้ทำงานที่เค้ารัก งานที่เหนื่อย
แต่ยังยิ้มและพูดว่า “สนุกดีนะ” ออกมาได้
เหมือนเป็นช่วงเวลาที่เค้าลืมทุกสิ่งทุกอย่าง แล้วจดจ่ออยู่กับสิ่งที่เค้าทำตรงหน้า
.. ด้วยความสุข . . .
*************************************************************************************************
นึกถึงตัวเอง ..
เวลาเกือบ ๆ 4 ปี หลังเรียนจบ กับการสวมร่างเป็นมนุษย์ออฟฟิต
จุดไฟให้ตัวเองตลอดเวลาด้วยคำว่า งานต้องออกมาดี, ผลงานที่ดีเกิดจากความทุ่มเท, เตรียมความพร้อมกับทุกสิ่งที่อย่างที่เป็นงานอยู่เสมอ
เวลาเลิกงานของบริษัท 5.45pm แต่เรายังนั่งเคลียร์งาน ทำงาน (ที่แม่มมม .. ไม่มีวันหมดสิ้น) อยู่ถึง 2 ทุ่ม 3 ทุ่ม ช่วงไหนจะมีประชุม หรือ มีลูกค้ามา visit นั่งทำงานดึกสุดถึง ตี 1 ก็ยังมี
ทบทวนตัวเองว่า สิ่งเหล่านั้นสร้างความสุขให้ตัวเราบ้างมั้ย
กล้าตอบได้เลยว่า “ไม่มี”
แต่ถ้าจะมี คงเป็นความภูมิใจเล็ก ๆ ในการที่เห็นว่างานทุกอย่างไม่มีปัญหา
ลูกค้าที่มาพอใจกับทุกอย่างที่เราเตรียมไว้
แต่ตัวเราเอง กลับถูกปล้นเวลาส่วนตัวไปแบบไม่รู้ตัว สะสมไปเรื่อย ๆ ทบต้น ทบดอก
จนสุดท้ายรู้ตัวอีกที เราก็แทบจะมีคนล้มละลายด้านอารมณ์ และสุขภาพจิตไปแล้ว
หลักฐานตำตาเวลาเราเอารูปตอนเราเข้าทำงานใหม่ ๆ มาเทียบกับหน้าเราตอนนี้ในกระจก
. . . มันน่ากลัวมาก (>[]<)
นี่คือจุด .. ที่เริ่มคิดเรื่องลาออก
และบวกกับสังคมมนุษย์เงินเดือนที่เวลาทำงานร่วมกัน มักจะสร้างเกราะป้องกันความผิดพลาดให้ตัวเองปลอดภัยที่สุด .. เช่น ส่งเมล์มาด้วยนะว่าจะให้ทำอะไร เป็น reference ไว้
หรือ แถ แถไปเรื่อย ๆ เช่น ตอนนั้นประชุมกัน CS ก็อยู่ด้วยนี่หน่า
(ตำแหน่งที่จอยทำคือ customer service แบบถึก ๆ)
อารมณ์ประมาณว่า เอะอะก็เรียกกุเข้าไปนั่งประชุม เป็นตัวประกันเวลาอะไรผิดพลาด คุณ CS เมิงก็นั่งอยู่ด้วยนิ ทำไมเมิงไม่ช่วยพวกกุแย้งล่ะ เมิงผิดนะเนี่ย.. อะไรงี้ !
จอยใช้เวลาประมาณ 3 เดือน ในการตัดสินใจลาออก
ทบทวนตัวเองตลอดเวลาว่า กุมีปัญหากับงาน หรือ กุขี้เกียจทำงานกันแน่วะ
เดือนสุดก่อนยื่นลาออก ทำงานไปด้วย ร้องไห้ไปด้วยทุกวัน อึดอัด กดดัน
และรู้สึกว่า กุทำอะไรอยู่วะ กุมานั่งทำเชี่ยอะไรที่นี่เนี่ย!!
เมื่อเส้นยึดในสมองขาด ผึง ! จอยตัดสินใจคุยกับหัวหน้า ขอลาออก . .
และแน่นอน ผู้ใหญ่ทั้งแผนกตกใจ
พยายามโน้มน้าว เกลี้ยกล่อม เสนอขึ้นเงินเดือน เสนอว่าจะรับคนมาช่วยงานเพิ่มอีก 2 คน
และแน่นอนอีกเหมือนกัน มันไม่มีผลอะไร
(ตอนกุอยู่ทำงานงก ๆๆ แทบจะตายในหน้าที่ไม่เคยคิดทำอะไรพวกนี้ กุไม่ไหวแล้วค่อยดิ้นกันใหญ่)
จอยตัดสินใจลาออกโดยที่ยังไม่ได้งานใหม่
โดยที่คุยทำความเข้าใจกับแม่แล้ว ว่าจุดนี้มันทรมานจริง ๆ
และการตัดสินใจทั้งหมดมันก็คงเพราะว่า จอยไม่มีเคยมีความรู้สึก “นาทีที่ลืมเงินเดือน” ในการทำงานที่นี่ ตำแหน่งนี้ เลยซักครั้งเดียว
ขอบคุณคุณนิ้วกลมที่ทำให้จอยรู้สึกดี ที่วันนี้จอยได้ว่างงาน
ขอบคุณลูกค้าคนนั้นที่ซื้อหนังสือเล่มนี้ให้จอยได้อ่าน
มันทำให้รู้สึกว่า กุตัดสินใจไม่ผิดที่ลาออก
คงเป็นช่วงจังหวะนี้ ที่เราไม่ได้คิดถึงเงินเดือนอีกแล้ว
ถึงจะเริ่มว่างงานแค่อาทิตย์เดียวก็เหอะ เงินทองยังพอมีใช้อยู่ เลยชิวไป
พอมีเวลาได้พยายามให้งานที่จอยคิดว่ามันใช่สำหรับเรา
ให้เค้า และเราได้กลั่นกรอง เปิดรับ และให้โอกาสเราพิสูจน์ตัวเอง
สมมุติอนาคตผ่านไป 2 3 เดือนยังว่างงานอยู่ ค่อยว่ากัน ( ^^”)
เอาน่า .. กุตัดสินใจไม่ผิดที่ลาออก
อย่างน้อย ก็ช่วงนี้แหละวะ :))
.:: JoyJa Stories
13 ต.ค. 2011 เวลา 17:23 น.
ก่อนหน้ากับงานที่เราไม่ลืมเงินเดือน 555 เพราะมันน้อยเหลือเกิน แต่ก้ทำ ทำเพราะเห็นใจคนอื่น
สุดท้าย คนที่น่าเห็นใจ กรุเอง - -*
ถือซะว่าพักผ่อน : )
ตอนนี้ก็เจองานที่ตัวเองรัก และทำได้แม้เหนื่อย ก็ไม่หน่าย
ตอนทำงานออฟฟิศ ทำแทบตาย นายได้หมด
ตอนนี้ทำร้านเล็ก ๆ ของตัวเอง ทำมาก เราก็ได้มากเอง
ไม่ใช่แค่เรื่องเงินเดือน แต่ประสบการณ์ การเรียนรู้ชีวิต ความสุข ทุก ๆ อย่าง
อิสระ ไม่กดดัน ถ้างานผิดพลาด ก็ไม่ต้องกลัวโดนคนอืนด่า
คิดไว้ว่าจะไม่กลับไปทำงานออฟฟิศอีกแล้ววววว อิอิ
ขอให้โชคดีนะคะ :)
ขอให้พบสิ่งที่ทำแล้วสนุกมีความสุขไวๆนะครับ
นาทีที่ลืมเงินเดือนเหรอ ไม่รู้สิครับ เพราะทุกวันนี้พี่คงเหมือนกับน้องแต่ก่อนครับ ทุกนาทีมีแต่งาน =_="
วันนี้ หัวหน้าถามว่า งาน load มั้ย? ไม่รู้จะตอบยังไง เพราะกระจายงานไปแล้ว แต่สุดท้ายก็ต้องทำเองทั้งหมดอยู่ดี
สู้ๆ นะครับน้องจอย ^^